Copyright 2018 - Custom text here

เนื่องในวันที่ 15 ตุลาคม ของทุกปี(นับตั้งแต่ปี 2551) สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้กำหนดให้เป็นวันล้างมือโลก (Global Hand Washing Day) ขึ้น เพื่อสร้างวัฒนธรรมการล้างมือให้สะอาดถูกสุขอนามัยทั่วโลก โดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้รณรงค์ให้ทุกคนหันมาใส่ใจล้างมือด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนและหลังที่ทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันโรค

อาทิ ทุกครั้งก่อนและหลังรับประทานอาหาร เตรียมอาหาร หรือปอกผลไม้ หลังการใช้ห้องน้ำหรือห้องส้วม หลังการไอ จาม หรือไปสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วย หลังสัมผัสหรือเล่นกับสัตว์เลี้ยง เป็นต้น อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีในการล้างมือ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กนักเรียนและเยาวชน เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีพฤติกรรมสุขภาพที่ดีและเหมาะสม

 

ผู้ป่วยจำนวนกว่าร้อยล้านคนทั่วโลกทุกปีได้รับการติดเชื้อโรคเนื่องมาจากการสัมผัสของผู้ให้บริการทางการแพทย์ แต่การล้างมือจะช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่าครึ่ง 

 

เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์เผยว่า เป็นที่น่าตกใจที่พบว่าเจ้าหน้าที่ผู้ให้การรักษาพยาบาลผู้ป่วย ทำความสะอาดมือของตนน้อยครั้งกว่าที่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นผลให้เกิดความเสี่ยงให้เกิดการติดเชื้อ ทั้งการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ การติดเชื้อจากห้องผ่าตัด นิวโมเนีย และ การติดเชื้อในกระแสเลือด ฯลฯ ไปยังผู้ป่ว

 

"มากกว่าครึ่งของการติดเชื้อเหล่านี้ของผู้ป่วยสามารถป้องกันได้ ถ้าหากผู้ให้บริการทางด้านสาธารณสุขล้างมือให้สะอาด ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลผู้ป่วย" เจ้าหน้าที่องค์การอนามัยโลกกล่าวในคำแถลงที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติในนิวยอร์ก

 

 

จากการสำรวจที่จัดทำโดย WHO และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเจนีวา พบว่ากลุ่มคนไข้ตัวอย่างคิดว่ามันเป็นกลวิธีที่มีประโยชน์ในการทำให้มือสะอาดและสร้างสภาพแวดล้อมปลอดเชื้อให้ผู้ป่วย

 

 

 เลียม โดนัลด์สัน ทูตพิเศษยูเอ็นด้านความปลอดภัยผู้ป่วย เผยว่าผู้ป่วยและครอบครัวสามารถร่วมรณรงค์แคมเปญ "รักษาชีวิตผู้ป่วยด้วยการล้างมือทุกครั้ง"ได้ โดยการสอบถามผู้ให้บริการด้านสุขภาพทุกครั้งก่อนที่จะได้รับการสัมผัสร่างกายว่าล้างมือแล้วหรือยังและขอบคุณพวกเขาหลังจากนั้น และถามข้อมูลเกี่ยวกับโครงการนำร่องในส่วนอำนวยความสะดวกต่างๆเพื่อผู้ป่วย

 

 

WHO ยังแนะนำต่อไปว่า ผู้ให้บริการทางด้านการแพทย์ควรจะล้างมือก่อนที่จะสัมผัสผู้ป่วย , ล้างและฆ่าเชื้อโรคก่อนลงมือผ่าตัด, หลังการสัมผัสของเหลวที่ออกจากร่างกาย , หลังจากสัมผัสผู้ป่วย และหลังจากสัมผัสอุปกรณ์เครื่องใช้ของผู้ป่วย

 

จากการประเมินของยูเอ็นพบว่าในกรณีดูแลผู้ป่วยทั่วไป จากผู้ป่วยทั้งหมด 100 ราย อย่างน้อยมีผู้ให้บริการด้านสุขภาพ 7 ราย ในประเทศที่พัฒนาแล้วและ 10 รายในประเทศที่กำลังพัฒนาจำเป็นต้องป้องกันการติดเชื้อด้วยกระบวนการล้างมืออย่างสม่ำเสมอ แต่ความเป็นจริงแล้วตัวเลขสูงกว่านั้นในกรณีที่ต้องดูแลผู้ป่วยเรื้อรังหรือเจ็บสาหัสอยู่ที่ 30 ราย ต่อผู้ป่วย 100 ราย
 
Source :   http://news.voicetv.co.th