Copyright 2019 - Custom text here

วันนี้คนส่วนใหญ่หันมาใช้สมาร์ทโฟนกันมากขึ้น เพราะมีความสะดวกสบาย และง่ายต่อการติดตามข้อมูลข่าวสาร

มีหลายครั้งที่สามารถใช้กระแสในโซเชียลมิเดียผ่านสมาร์ทโฟน เพื่อพลิกสถานการณ์ที่เลวร้ายให้กลายเป็นเรื่องดี

อาทิ การติดตามตัวคนร้ายได้อย่างทันท่วงที การช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อมีเหตุการณ์ เป็นต้น และที่สำคัญสมาร์ทโฟนยังมีแอพพลิเคชั่นและการบริการต่าง ๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ด้วย

และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จึงคิดค้นและพัฒนาแอพพลิเคชั่น ในเรื่องการแพทย์ฉุกเฉินขึ้น

โดย นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการ สพฉ. กล่าวว่า สพฉ. ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น ชื่อ EMS 1669 ซึ่งเมื่อเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉิน ผู้ป่วยสามารถเรียกรถพยาบาลได้ทันที เสมือนกับการแจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินผ่านโทรศัพท์สายด่วน 1669 แต่ข้อดีของการบริการนี้ คือสามารถระบุพิกัดตำแหน่งที่อยู่ของผู้ป่วยฉุกเฉินได้อย่างแม่นยำ ทำให้ทีมแพทย์ฉุกเฉินเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยได้รวดเร็วมากขึ้น

ทั้งนี้ หากพบเห็นผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยฉุกเฉิน ก็เพียงแค่กดปุ่มเรียกรถพยาบาล จะทำให้ศูนย์สั่งการรู้พิกัดจุดเกิดเหตุ และส่งทีมกู้ชีพออกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอาการฉุกเฉินได้ทันที ผู้แจ้งเหตุยังสามารถแนบไฟล์ภาพเหตุการณ์ เพื่อแจ้งสถานการณ์เพิ่มเติมได้ด้วย รวมทั้งสามารถแจ้งเหตุเพิ่มเติมผ่านการสนทนากับศูนย์สั่งการได้อีกด้วย

นอกจากนี้แอพพลิเคชั่น EMS 1669 ยังมีคำแนะนำในการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน อาทิ แนวทางการช่วยเหลือผู้ป่วยบาดเจ็บที่ศีรษะ ได้รับสารเคมี ภาวะเลือดออก หมดสติกะทันหัน หัวใจวาย แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น รวมทั้งยังมีรายชื่อโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุด้วย

นพ.อนุชา กล่าวต่อว่า นอกจากการใช้แอพพลิเคชั่นดังกล่าวแล้ว ผู้ที่ไม่สะดวกก็ยังสามารถโทรฯ แจ้งเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 ได้เหมือนเดิมด้วย ซึ่งประโยชน์ของการโทรฯ แจ้งสายด่วน 1669 และผ่านแอพพลิเคชั่น จะทำให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับการดูแลที่ได้มาตรฐาน เพราะมีเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ในรถที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน และเจ้าหน้าที่ทุกคนมีความพร้อมและเชี่ยวชาญในการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะทำให้ลดการบาดเจ็บซ้ำ อีกทั้งยังมีการประสานงานที่ครอบคลุมทั้งทางด้านจราจรและด้านโรงพยาบาล และที่สำคัญสุดคือให้บริการฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.อนุชา ยังเชิญชวนให้ทุกคนดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้ไว้ติดเครื่อง เพราะเราไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นเมื่อใด โดยแอพพลิเคชั่นนี้สามารถใช้ได้ทั้งในระบบแอนดรอยด์และระบบไอโอเอส และเมื่อดาวน์โหลดแล้ว ควรไปกรอกข้อมูลส่วนตัวทั้งชื่อ-สกุล เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ โรคประจำตัว หรือยาที่แพ้ เตรียมไว้ ซึ่งจะทำให้แพทย์ทราบข้อมูลของผู้ป่วยโดยไม่ต้องเสียเวลาสอบถามจากญาติ หรือผู้ใกล้ชิด ซึ่งจะทำให้การช่วยเหลือมีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

เพราะทุกวินาทีหากช่วยเหลือได้เร็วขึ้น นั่นหมายถึงโอกาสรอดชีวิตที่เพิ่มขึ้นด้วย

ดาวน์โหลด ได้ที่

http://phn.ubru.ac.th/2016/index.php/2016-09-27-04-47-33

https://play.google.com/store/apps/details?id=com.opendream.niems

เนื้อหาจาก
This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.